ประกันภัยก่อสร้าง
ประกันภัยสำหรับธุรกิจก่อสร้าง
คุ้มครองอย่างไร
คุ้มครองความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างดำเนินโครงการก่อสร้าง ตั้งแต่เริ่มงานจนส่งมอบงาน เช่น อาคารที่กำลังก่อสร้าง เครื่องจักร และงานติดตั้ง หากเกิดเหตุไม่คาดคิด
เหมาะสำหรับใคร
- ผู้รับเหมาก่อสร้าง
- เจ้าของโครงการ
- ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
- ผู้รับเหมางานระบบ และงานตกแต่งภายใน
- วิศวกร สถาปนิก และผู้ควบคุมงาน
- โครงการก่อสร้างภาครัฐและเอกชน
ทรัพย์สินที่รับประกันภัย
- งานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา
- วัสดุก่อสร้างที่เก็บไว้ในอาคาร ที่ป้องกันน้ำรั่วซึมและตั้งไว้อย่างน้อยครึ่งเมตร
- เครื่องจักรและเครื่องมือก่อสร้าง
- งานติดตั้งระบบไฟฟ้า ประปา และเครื่องกล
- ทรัพย์สินของโครงการระหว่างก่อสร้าง
ความคุ้มครอง
- ไฟไหม้ ฟ้าผ่า และระเบิด
- น้ำท่วม ลมพายุ แผ่นดินไหว
- การทรุดตัวหรือพังทลาย
- โจรกรรม และความเสียหายจากอุบัติเหตุ
- ความเสียหายระหว่างติดตั้งเครื่องจักร
- ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก
- ค่าขนย้ายซาก และค่าใช้จ่ายในการเร่งซ่อมแซม
หมายเหตุ
- เงื่อนไขความคุ้มครอง และการพิจารณารับประกันภัย เป็นไปตามรายละเอียดของกรมธรรม์และนโยบายของบริษัทฯ
เอกสารที่ใช้ในการทำประกันภัย
- แปลนก่อสร้าง หรือ BOQ
- รายละเอียดโครงการและสถานที่ตั้ง
- มูลค่าโครงการ (รวมค่าวัสดุและแรงงาน)
- ระยะเวลาก่อสร้าง
- ข้อมูลของผู้ว่าจ้าง / ผู้รับเหมา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
รวมคำถามสำคัญเกี่ยวกับประกันสำหรับธุรกิจงานก่อสร้าง
A: ประกันภัยงานก่อสร้าง (CAR Insurance) จะแบ่งความคุ้มครองเป็น 3 ส่วนดังนี้
- ส่วนที่ 1 งานก่อสร้างและงานวิศวกรรมโยธา และส่วนที่ 2 การติดตั้งเครื่องจักร ภัยที่ให้ความคุ้มครอง เช่น ภัยน้ำท่วม ภัยลมพายุ (รวมพายุเฮอริเคน, พายุหมุนไซโคลน) ภัยแผ่นดินไหวหรือภูเขาไฟระเบิดหรือคลื่นใต้น้ำ หรือสึนามิ ภัยลูกเห็บ เป็นต้น
- ส่วนที่ 3 ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก คุ้มครองต่อความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอก ซึ่งบริษัทประกันจะให้ความคุ้มครองไปถึงการบาดเจ็บหรือเสียชีวิต หรือความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
A: โครงการก่อสร้างมีความเสี่ยงสูง เพราะมีทั้งแรงงาน เครื่องจักร วัสดุ และบุคคลภายนอกเกี่ยวข้อง หากเกิดอุบัติเหตุ อาจทำให้ผู้รับเหมาต้องรับภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมาก
ข้อดีของการทำประกัน ได้แก่
- ช่วยให้โครงการดำเนินต่อได้แม้เกิดเหตุไม่คาดคิด
- เพิ่มความน่าเชื่อถือของผู้รับเหมา
- สร้างความมั่นใจให้เจ้าของโครงการและผู้ว่าจ้าง
- ช่วยบริหารความเสี่ยงของธุรกิจในระยะยาว
A: เหมาะสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้างทุกประเภท เช่น
- ผู้รับเหมาก่อสร้าง
- เจ้าของโครงการ
- ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
- บริษัทรับเหมาตกแต่งภายใน
- งานต่อเติม รีโนเวท หรือปรับปรุงอาคาร
- งานติดตั้งเครื่องจักรและระบบวิศวกรรม